เพราะ “พื้นที่” ทำให้คนตกหลุมรักกันได้เสมอ

เคยสงสัยไหม? ทำไมคนในเมืองใหญ่จากโลกตะวันออกถึงมีแนวโน้มที่จะตกหลุมรักกันได้ตามถนนและซอกซอยต่าง ๆ ได้ง่ายกว่ากรุงเทพมหานครที่อัดแน่นไปด้วยความสะดวกสบายแบบครบครันอย่างบรรดาสารพัดห้างสรรพสินค้า

แม้ความรักจะก่อร่างสร้างตัวด้วยจังหวะและเวลาที่เหมาะสม แต่การออกแบบพื้นที่เมืองก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนตกหลุมรัก พร้อมพัฒนาความโรแมนติกไปสู่ความรักที่ตามหาได้ไม่ยากนัก แล้วความรักกับพื้นที่เกี่ยวโยงกันด้วยปัจจัยใด ลองมาทำความรู้จัก Sense of Place ที่นำมาฝากเล่าสู่กันฟังในวันนี้กัน

หนัง2

 มอง Sense of Place ผ่านภาพยนตร์โรแมนติกอย่าง Midnight in Paris (2011)

“ปารีสตอนฝนตกโรแมนติกเสมอ” เป็นอีกหนึ่งวลีที่แฟนภาพยนตร์ของ Woody Allen อย่าง Midnight in Paris (2011) ต้องรู้จักมักคุ้นในฐานะวลีที่สร้างความหมายของความโรแมนติกให้กับทุกช่วงเวลาของปารีส 

อย่างไรก็ดี หากมองความโรแมนติกผ่านมุมมองเมืองก็จะเห็นได้ว่า หากมองข้ามเรื่องอาชญากรรมและความสกปรกของเมืองออกไป แท้จริงแล้ว ปารีสกลับเป็นเมืองแห่งศิลปะที่ได้รับการออกแบบมาบนพื้นฐานของการจัดการเมืองที่ดีและมองเห็นถึง ‘ชีวิต’ ของคนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในจุดนี้เอง เมื่อคนสองคนรู้สึกว่าจังหวะชีวิตเอื้ออำนวย แน่นอนว่าความเป็นเมืองของปารีสก็ส่งให้พัฒนาความสัมพันธ์ได้อย่างง่ายดาย 

ทั้งการออกแบบทางเดินเพื่อให้คนเดินมากกว่าถนนสำหรับรถยนต์ ตลอดจนการเปิดพื้นที่กว้างตามฟุตพาธ รวมไปถึงพื้นที่สวนสาธารณะธรรมดาก็ล้วนแล้วแต่เปิดช่องว่างให้หนุ่มสาวได้ทำความรู้จัก หยอกเย้า และเปิดมิติใหม่ให้ความสัมพันธ์เดินหน้าต่อไปได้

หากลองมองในมุมกลับ กรุงเทพมหานครที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่แทบจะเหมือนกันทุกแห่ง ตลอดจนทางเท้าที่มาพร้อมขยะ มองไปด้านหน้าก็เจอเสาไฟฟ้า หรือถ้าหันไปด้านข้างก็จะพบเจอกับรถติดที่ยาวหลายกิโลเมตร และแม้แต่การหันไปมองแม่น้ำเจ้าพระยาก็อาจไม่ได้ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์เท่าไหร่จากกลิ่น สี และขยะที่ลอยเต็มแม่น้ำก็อาจไม่ได้ช่วยสร้างความโรแมนติกได้มากนัก

แน่นอนว่า หากพูดถึงวันฝนตกแล้ว “กรุงเทพฯ ก็ไม่สามารถโรแมนติกเสมอได้เหมือนกับปารีส” เพราะระบบการออกแบบและจัดการเมืองที่ทำให้น้ำท่วมก็อาจทำให้ความสัมพันธ์จมน้ำ และหลุดลอยหายไปในขณะเดินทางเพื่อกระชับความรู้สึก

 

จะเห็นได้ว่า “พื้นที่เมือง” ที่มาจากการออกแบบอย่างเข้าใจ พร้อมระบบการจัดการบริหารที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่ม Sense of Place เรื่อง “ความโรแมนติก” ให้กับชีวิตประจำวันได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีดินเนอร์หรู หรือ ห้างสรรพสินค้ารายล้อมเพื่ออำนวยความสะดวกแบบจำเจ

 …

ไปได้ไม่รู้เบื่อ ที่เที่ยวแห่งใหม่ในพัทยา ฟลาวเวอร์ แลนด์ พัทยา

เวลาถึงช่วงเทศกาลหยุดยาวทีไรการมองหาที่เที่ยวใหม่ ๆ ถือเป็นเรื่องท้าทายมาก แต่ถ้าพูดถึงพัทยาเชื่อว่าคงมีคนไม่น้อยบอกในทำนอง “พัทยาไปจนเบื่อแล้ว” แต่เชื่อเถอะหากคุณลองพาเพื่อน หรือแก๊งค์สาวโสดไปยังที่เที่ยวแห่งใหม่อย่าง ฟลาวเวอร์ แลนด์ พัทยา (Flower Land Pattaya) ที่นี่จะทำให้คุณได้ผ่อนคลายจากดอกไม้หลากสายพันธุ์ หลากสีสัน จนลืมพัทยาแบบเดิม ๆ ไปเลย

flowerlandpattaya

ขอบคุณรูปจาก www.facebook.com/flowerlandpattaya.thailand

ตะลุย ฟลาวเวอร์ แลนด์ พัทยา เช็คอินแหล่งดอกไม้นานาพันธุ์ในเมืองพัทยา

กับพื้นที่กว่า 100 ไร่ บนดินแดน ฟลาวเวอร์ แลนด์ พัทยา คุณจะได้พบกับดอกไม้นานาชนิดทั้งไม้ดอก ไม้ยืนต้น และอีกสารพัด บานสะพรั่งพร้อมให้เชยชมแบบไม่รู้เบื่อ โดยที่นี่แบ่งออกเป็น 6 โซน ประกอบไปด้วย

Himmapan Dome ป่าหิมพานต์ที่ถูกสร้างขึ้นตามแนวคิดการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับโลกสวรรค์ มีสิ่งที่บ่งบอกถึงป่าหิมพานต์มากมาย อาทิ ต้นมักกะลีผล, สระอะโนดาต, นางกินรี, สัตว์ในป่าหิมพานต์ รวมถึงต้นไม้หายาก

        Eden Dome สัมผัสความงดงามของดอกไม้เมืองหนาวที่ว่ากันว่าสร้างตามแนวคิดจุดกำเนิดอดัมและอีฟ

          Inthanon Dome ตะลุยเส้นทางศึกษาธรรมชาติตามแบบฉบับยอดดอยหลวง เชยชมกุหลาบพันปีพร้อมดอกไม้จากป่าฝนเมืองหนาวอย่างจุใจ

          Magic Tree มีความพิเศษมากมาย อาทิ การสร้างสรรค์แบบ 3 มิติให้เป็นน้ำตกมาลากว่า 5 เมตร และสวนบุปผชาติ

          Ocean Park ตื่นเต้นไปกับการชมสัตว์ใต้ทะเลในอควาเรียมทรงกลมชนิด 360 องศา

          Ocean Flowers ดอกไม้ ต้นไม้นานาพันธุ์ถูกออกแบบในเชิง 3 มิติ สวยงาม ไม่เหมือนใครแน่นอน

ที่นี่เปิดทำการเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม ใครเบื่อพัทยาลองไปสัมผัสแล้วจะสนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิม ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท เด็กส่วนสูงไม่ถึง 80 ซม. ชมฟรี

 …